Poll

คุณเข้ามาทำอะไรในเว็บนี้จ๊ะ?
 

Search ใส่คำที่ต้องการค้นหา

Who online?

เรามี 31 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

160507
TodayToday6
YesterdayYesterday124
This weekThis week274
This monthThis month1278
AllAll160507



“คุณธรรมแห่งชีวิตคู่” (ตอนที่ 2) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย binti ismaeil   
วันพุธที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๐:%M
บทแนะนำหนังสือ  :  “คุณธรรมแห่งชีวิตคู่”  (ตอนที่ 2)
เขียนโดย :  อยาตุลลอฮ์ อิมรอฮีม อามินี       แปลโดย :  ฮัมซะอี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          ในตอนที่แล้วเราได้แนะนำหนังสือ “คุณธรรมแห่งชีวิตคู่” แก่ท่านผู้อ่าน  โดยได้กล่าวถึงความรู้สึกจากใจผู้เขียน และเหตุอันเป็นที่มาในการเขียนหนังสือฉบับนี้ไปแล้ว  แต่เนื่องจากเนื้อหาสาระในหนังสือฉบับนี้มีคุณค่ามาก จึงควรที่จะหยิบยกขึ้นมาเป็นบางช่วงบางตอนให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ  เพื่อเพิ่มความปรารถนาแก่ท่านในการที่เข้าไปอ่านเนื้อหาในหนังสืออย่างสมบูรณ์   เราจึงอดเสียมิได้ที่จะต้องนำเสนอบทแนะนำหนังสือฉบับนี้ในตอนที่ 2  
            
และด้วยพระประสงค์ของอัลลอฮ์ (ซ.บ.)  ข้าพเจ้าผู้เขียนบทแนะนำ จึงได้พบว่าหนังสือฉบับนี้  ต้นฉบับภาษาอังกฤษมีชื่อว่า Principles Of Marriage & Family Ethics   เขียนโดย ท่านอยาตุลลอฮ์ อิมรอฮีม อามินี  ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ด้านนิติศาสตร์อิสลาม  [ a senior professor of Islamic Jurisprudence at, Hawzah Ilmiyyah (Islamic Theological Centre), Qum, Iran, Hujjatul-Islam Ibrahim Amini. The author has taken great pains in conducting research and deep study on the subject of family ethics and husband-wife relationship.]   เมื่อได้รู้จักผู้เขียนแล้ว ทำให้ข้าพเจ้าไม่ประหลาดใจเลย  ที่ว่าหนังสือฉบับนี้ทำไมถึงได้ นำเสนอได้อย่างสมบูรณ์ทุกแง่มุมของการใช้ชีวิตคู่เลยทีเดียว  จึงใคร่เชิญชวนท่านผู้อ่านให้ติดตามดูรายละเอียดบางตอน  ดังนี้
            
วัตถุประสงค์ของการสมรส โดยทางกายภาพนั้น เป็นการสร้างครอบครัว ทำให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย และความสงบสุขในชีวิต  ช่วยตอบสนองความต้องการทางเพศตามธรรมชาติ  ทำให้มนุษย์ประพฤติตนอยู่ในกรอบแห่งศีลธรรม  และเป็นการสร้างเผ่าพันธุ์สืบตระกูล   ซึ่งแท้จริงแล้วจุดมุ่งหมายของการสมรสมีมากกว่าที่ได้กล่าวมาแล้ว  สิ่งสำคัญคือ มนุษย์จะได้ฝึกฝนตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ  เพื่อประกอบคุณงามความดี  มุ่งสูงฐานะภาพของการใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริง   ดังนั้น ความมุ่งหมายของผู้สมรสที่ปฏิบัติตามหลักศาสนา ก็คือ หลีกห่างจากการกระทำผิด สลัดทิ้งความชั่วร้ายทั้งปวง  เพื่อเข้าสู่ความใกล้ชิดยังพระองค์นั่นเอง  ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) จึงได้กล่าวไว้ว่า
                “บุคคลผู้ได้สมรสแล้วนั้น เท่ากับได้พิทักษ์ปกป้องศาสนาของเขาไว้แล้วครึ่งหนึ่ง”
                และท่านอิมามศอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า
                “นมาซของผู้บุคคลผู้ได้ทำการสมรสแล้วนั้นเพียงสองร่อกะอัต ย่อมมีค่ามากกว่านมาซของคนโสดเจ็ดสิบร่อกะอัต”
                ดังนั้น การมีคู่ครองที่ซื่อสัตย์ เป็นผู้ที่มั่นคงต่อศาสนา และเป็นคู่ครองที่ปรับตัวเข้ากันได้นั้น จึงมีส่วนสำคัญมากต่อการดำรงชีวิตที่มีเกียรติ  คู่ครองที่มั่นคงต่อศาสนานั้น มิเพียงแต่ทำให้ครอบครัวบรรลุผลตามความมุ่งหมายทางศาสนาเท่านั้น  แต่จะเป็นแหล่งที่มาของการให้กำลังใจกันและกัน ในการบำเพ็ญความดีและแสวงหาความเจริญทั้งปวง
                มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีคนไปหาท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และกล่าวว่า “ข้าพเจ้ามีภรรยาที่คอยต้อนรับข้าพเจ้าเสมอเมื่อกลับเข้าสู่บ้าน และเมื่อข้าพเจ้าจะจากบ้าน เธอก็จะส่งข้าพเจ้าถึงหน้าประตู”  เมื่อข้าพเจ้าเศร้าโศกและไม่มีความสุข เธอจะปลอบข้าพเจ้าโดยกล่าวว่า  “ถ้าหากเธอคิดถึงสิ่งยังชีพละก็ อย่าได้หม่นหมองไปเลย  เพราะอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ย่อมทรงประทานสิ่งนั้นให้เรา  และหากท่านวิตกถึงชีวิตโลกหน้า ก็ขอให้อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ทรงเพิ่มพูนสติปัญญาและความพยายามในทางที่ถูกต้องให้แก่ท่าน”  เพราะท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวไว้ว่า “อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงมีผู้แทนของพระองค์ในโลกนี้  และภรรยาของท่านนั้นก็คือหนึ่งในบรรดาผู้แทนของพระองค์  ซึ่งภรรยาผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้นย่อมได้รับรางวัลจากพระองค์ ถึงครึ่งของผู้ประกอบญิฮาดพลีชีพเพื่อพระองค์”
            ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสามีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย  สตรีนั้นสามารถทำให้บ้านนั้นเป็นสรวงสวรรค์  หรือในทางกลับกัน  นางอาจจะทำให้บ้านเป็นนรกหมกไหม้ก็ได้
                ท่านอิมามอะลี (อ.) จึงได้กล่าวว่า  “ญิฮาดของบรรดาสตรีนั้นคือการดูแลให้สามีมีความเป็นอยู่ดี”
                และท่านศาสดา (ศ็อลฯ)  ได้กล่าวว่า  “ภรรยาคนใดมิได้ปฏิบัติหน้าที่อันภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามี  ภรรยานั้นก็มิได้กระทำหน้าที่ของเธอต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.)” 
                ความเมตตากรุณา  เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนาจะได้รับ และต้องการให้ตนเป็นที่รักของคนอื่น ๆ   สามีของเรา ก็มิได้มีฐานะแตกต่างไปจากคนอื่น  ผู้เป็นภรรยาถึงแม้ว่านางจะมีความรักความจริงใจต่อสามีก็ตาม  แต่นางก็มิอาจแสดงออกได้บ่อยครั้งที่จะทำให้สามีเห็นความรักของนาง  ดังนั้น คำพูดเพียงบางประโยคว่า “ฉันรักเธอ”  “ฉันคิดถึงเธอ”  จึงเป็นสิ่งจำเป็นและช่วยสร้างสายสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
                ท่านอิมามศอดิก (อ.) ได้กล่าวไว้ว่า  “เมื่อท่านรักใคร ก็ต้องแสดงความรักแก่เขา ให้เข้าได้รู้”
                การเคารพนับถือสามี   การให้เกียรติและแสดงความนับถือต่อสามีนั้น ภรรยาอย่าได้เข้าใจว่าทำให้ตัวเองต้องต่ำต้อยลง  แต่การกระทำเช่นนี้จะทำให้สามีเกิดความมุ่งมั่นมุมานะ เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่ครอบครัว   ดังนั้น จงหลีกเลี่ยงการทำให้สามีต่ำต้อย การพูดขึ้นเสียงแข็งกับเขา อย่าดูหมิ่นเขา อย่าทำเป็นไม่เอาใจใส่ต่อเขา อย่าเรียกชื่อเขาในชื่อที่เยาะเย้ยถากถาง  เพราะมันจะกัดกร่อนจิตวิญญาณแห่งความรักและความไว้วางใจให้เสื่อมโทรมลง  และนี่คือตัวอย่างหนึ่งจากเรื่องดังกล่าว
 
            ชายผู้หนึ่งอายุ 22 ปี ได้ใช้มีดแทงภรรยา อาย 19 ปี ถึงแก่ความตาย  เพราะเธอดูหมิ่นเขา  เมื่อเรื่องขึ้นสู่ศาล เขาได้ให้การต่อศาลว่า  “ข้าพเจ้าแต่งงานกับหญิงผู้ตาย 1 ปีมาแล้ว  ตอนแรกนางมีความรักใคร่ต่อข้าพเจ้ามาก ไม่นานเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงไป  และได้เริ่มดูหมิ่นข้าพเจ้า เธอใช้ภาษาลบหลู่ดูหมิ่นข้าพเจ้าในทุกโอกาสที่เธอมี  และไม่ว่าเรื่องนั้น ๆ จะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใด  เธอก็จะทำให้ข้าพเจ้าเป็นตัวตลก เนื่องจากข้าพเจ้าสายตาเอียงทางด้านซ้าย  เธอจึงเรียกข้าพเจ้าว่า “ลาตาเข”   ซึ่งวันหนึ่งเมื่อเธอเรียกข้าพเจ้าอย่างนี้  ข้าพเจ้าเกิดโทสะ จึงได้แทงเธอด้วยมีด 15 แผล”
 
                การว่ากล่าวและการใช้คำหนัก  บุคคลพึงรู้จักเวลา และโอกาสที่เหมาะสมในการกล่าวถึงความทุกข์ร้อนของตน  สตรีบางคนโง่เขลา มิได้สำนึกว่าสามีนั้นเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน  แทนที่จะรอคอยสัก 1-2 ชั่วโมงให้เขาหายจากการเหน็ดเหนื่อย  เธอก็เริ่มบ่นร้องทุกข์อย่างรีบร้อนทันที และนี่คือตัวอย่างของการใช้ถ้อยคำ
 
                “เธอทิ้งฉันไว้กับเด็กเลว ๆ  อย่างนี้  และรีบจะไปให้พ้น  เจ้าอะหมัดทำแก้วหล่นแตกที่หน้าประตู  ลูกหญิงก็ทะเลาะกัน  ฉันจะบ้าตายกับเสียงเด็ก ๆ  ฮาซันก็ไม่ยอมไปเรียนหนังสือ ทั้ง ๆ ที่คะแนนเรียนก็แย่อยู่แล้ว  ฉันทำงานหนักตลอดทั้งวันจนหมดเรี่ยวแรง  ไม่มีใครฟังฉันเลย”
            ทัศนะดังกล่าวเป็นทัศนะที่ผิด ถ้าเธอเอาแต่บ่นร้องทุกข์ มันจะเพิ่มความกังวลใจและระทมทุกข์ให้แก่สามี  ทำให้เขาอาจจะหลบเลี่ยงเพื่อออกไปเสียจากบ้าน  ไปนั่งตามร้านกาแฟ หรือสถานที่อื่นเสียให้พ้นไป 
              
ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวไว้ว่า  “การนมาซของภรรยาผู้ตำหนิสามีนั้น  อัลลอฮ์ (ซ.บ.) มิทรงยอมรับ  แม้ว่าเธอจะถือศีลอดทุกวัน  และลุกขึ้นนมาซพิเศษยามค่ำคืน  ปล่อยทาส และบริจาคทรัพย์ตามหนทางของพระองค์ก็ตาม  หากวาจาของเธอได้ทำให้สามีเจ็บปวดแล้วไซร้  เธอคือบุคคลแรกที่ต้องลง
สู่นรก
                และนี่คืออีกกรณีตัวอย่างของผลที่เกิดขึ้น :  หมอคนหนึ่งได้กล่าวต่อศาลว่า  “ข้าพเจ้าไม่เคยได้เห็นว่า ภรรยาของข้าพเจ้าได้ประพฤติตนเป็นแม่บ้านที่ดีเลย  ตลอดเวลาที่ได้ทำการสมรสกันมา บ้านช่องรกรุงรัง  เธอพูดด่าว่าด้วยเสียงอันดังอยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าเบื่อมาก”  หลังจากจ่ายเงินให้ตามจำนวนที่เธอเรียกร้อง เขาก็ได้หย่าร้างกับเธอไป  และกล่าวด้วยความดีใจว่า  “หากเธอต้องการทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้าทั้งหมด ข้าพเจ้าก็จะให้เธอ  แม้เธอต้องการปริญญาแพทย์ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะให้เธอ  ขออย่างเดียวขอให้เธอหย่าให้ข้าพเจ้าเท่านั้น”
                ท่านอิมามศอดิก (อ.) ได้กล่าวไว้ว่า  “สตรีที่ทำให้สามีขัดเคืองนั้น เธอย่อมออกไปห่างไกลจากพระผู้เป็นเจ้า  แต่สตรีใดที่ยกย่องสามีและไม่ทำให้เขาต้องเสียใจหรือระทมทุกข์  สตรีนั้นย่อมได้รับพรและมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง”
                ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้  ยังบทบาทอีกมากมายที่ภรรยาพึงปฏิบัติและไม่พึงปฏิบัติต่อสามี  ที่ท่านสามารถเรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้   และต่อไปนี้จะขอยกตัวอย่างเพียงบางส่วนเกี่ยวกับบทบาทของสามีต่อภรรยา ดังนี้คือ
                จงมีความรักต่อภรรยา  สตรีนั้นได้รับการสร้างสรรค์มาให้ประกอบด้วยอารมณ์เป็นสำคัญ  การดำรงอยู่ของเธอจึงขึ้นกับความรู้สึกและผลกระทบต่อความรู้สึก  เธอจึงต้องการแสวงหาความรักและการยอมรับจากผู้อื่นเช่นกัน   หากเธอพบว่า มิได้มีใครรักเธอ  เธอจะรู้สึกว่าประสบกับความล้มเหลว ผิดหวังและชิงชังตัวเอง   ดังนั้น เคล็ดลับในความสำเร็จแห่งชีวิตสมรส คือ การแสดงออกซึ่งความรักของสามีต่อภรรยาของตน   ภรรยาของท่านอาจเจ็บป่วยหรือประสาทเสีย  เธออาจแสวงหาการยอมรับจากบุคคลอื่น  หากเธอไม่ได้รับความเห็นใจจากท่านผู้เป็นสามี  เธออาจจะเย็นชาต่อท่านต่อบ้านเรือน และอาจจะมองหาหนทางหย่าร้าง
                ท่านศาสดา (ศ็อลฯ)  จึงกล่าวว่า  “คำพูดของสามีซึ่งกล่าวต่อภรรยาว่า “ฉันรักเธอจริง ๆ” นั้น จะไม่มีวันสูญหายไปจากหัวใจของภรรยา” 
              
ท่านอิมามศอดิก (อ.) กล่าวว่า  “คุณสมบัติอันหนึ่งที่เหมือนกันของศาสดาทั้งหลาย นั่นคือ ท่านเหล่านั้นรักภรรยาของท่าน”
                การบ่นพร่ำเพรื่อ ปัญหาชีวิตนั้นมีอยู่มากมาย  และมิมีผู้ใดมีความสุขสมบูรณ์พร้อม  บุคคลที่อดทนต่อความยากลำบาก จะไม่บ่นร้องทุกข์ต่อใคร  ในทางกลับกัน คนที่อ่อนแอไม่อาจเก็บความทุกข์ยากไว้ในใจ  แต่จะบ่นพร่ำเพรื่อให้คนอื่นฟัง  ทำลายความสุขของคนอื่น ทำให้ญาติมิตรพากันหลีกหนี  แต่น่าสงสารที่ภรรยาและลูกของเขา ไม่มีทางหลบหนีไปที่อื่นได้  หากธุรกิจของท่านไม่รุ่งเรือง ทำไมท่านต้องตำหนิภรรยา  ทำไมต้องทำให้ครอบครัวของท่านสูญเสียความสงบสุข  ดังนั้น เมื่อกลับมาบ้าน จงพยายามลืมปัญหาของท่านเสีย  จงมีความสุขกับสมาชิกในครอบครัว หัวเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส และไปไหนมาไหนและทำอะไรร่วมกัน
              
ท่านอิมามอะลี (อ.)  ได้กล่าวไว้ว่า  “ได้มีบันทึกไว้ในคัมภีร์เตารอตว่า ใครก็ตามที่บ่นพร่ำเมื่อประสบความทุกข์ยาก  แท้จริง บุคคลนั้นตำหนิอัลลอฮ์”
           
การแสดงความเห็นอกเห็นใจ และหลีกเลี่ยงการขัดใจ   เมื่อภรรยาอยู่ในภาวะอันกริ้วโกรธและระทมทุกข์  สามีต้องพยายามเข้าใจเธอ  หากท่านก้าวเข้าสู่บ้านโดยเธอมิได้กล่าวทักทายท่าน ท่านจะต้องกล่าวทักทายเธอก่อน ซึ่งมันมิได้ทำให้ท่านต่ำต้อยแต่ประการใด  พยายามพูดกับเธอด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม  หลีกเลี่ยงการทำหน้าตาบึ้งตึง  ไม่กล่าวค่อนแคะเธอ  หากเธอไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดก็จงปล่อยเธอ  อย่าพยายามใช้คำถามว่า “มันเป็นอย่างไร”  หรือ “มันเกิดอะไรขึ้น”  หากเธอชอบพูด ก็จงฟังและมีความรู้สึกร่วมกับเธอ เห็นอกเห็นใจเธอ ให้ความสำคัญกับปัญหาของเธอ  ให้เธอได้เผยความทุกข์ยากทุกประการแก่ท่าน  แล้วจงปฏิบัติต่อเธอเสมือนกับบิดาผู้มีเมตตาต่อเธอ หรือสามีที่มีความเห็นอกเห็นใจ  ช่วยเธอแก้ปัญหา  และเป็นกำลังใจให้เธอมีความอดทน ให้เธอได้เข้าใจว่าปัญหาของเธอไม่ใช่สิ่งใหญ่โตสำคัญ  จงมีความอดทนต่อเธอ  และปฏิบัติต่อเธออย่างมีเหตุผล  
              
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายที่สามีพึงปฏิบัติเมื่ออยู่กับภรรยาและครอบครัว  ซึ่งเป็นสิ่งที่สามีพึงตระหนัก  และผู้เขียนได้เรียงร้อยตัวอย่างต่าง ๆ  ไว้อย่างมากมาย และละเอียดลออ ชวนให้อ่านและติดตามเป็นอย่างยิ่ง  ซึ่งบางสิ่งบางอย่างท่านผู้อ่านอาจ

จะนึกไม่ถึงและมองข้ามไป  จึงไม่ทราบที่มาของปัญหาในครอบครัวที่ได้เกิดขึ้นแก่ตนเอง  หนังสือเล่มนี้จึงให้แนวทางในการใช้ชีวิตคู่

ที่สมบูรณ์ ให้แด่ท่านผู้อ่านเป็นอย่างดี
  อินชาอัลลอฮ์.
LAST_UPDATED2
 



Valid XHTML and CSS. Power site By : BKKwebsite.com