Poll

คุณเข้ามาทำอะไรในเว็บนี้จ๊ะ?
 

Search ใส่คำที่ต้องการค้นหา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Who online?

เรามี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

164849
TodayToday28
YesterdayYesterday53
This weekThis week81
This monthThis month81
AllAll164849



เค้ามีเมียสี่กันทั้งนั้น PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย A.Alfaruq   
วันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๐:%M

บทเรียนสอนใจ

By A. Alfaruq

เค้ามีเมียสี่กันทั้งนั้น

          กาลครั้งหนึ่งมีเศรษฐีคนหนึ่งมีภรรยาสี่คน ภรรยาคนที่สี่ นั้น เธอเป็นที่โปรดปราณของเศรษฐีเป็นอย่างมาก เขาจึงคอยระแวดระวังดูแล ซื้อโน่นซื้อนี่ให้เธอ  พร้อมทั้งได้แก้วแหวนเงินทองราคาแพง ๆ ให้มากมาย  ส่วนอาหารการกินนั้น เขาก็จะสั่งแต่อาหารที่ดีเลิศที่สุดให้เธอตลอดเวลา 

          นอกจากภรรยาคนที่สี่แล้ว เศรษฐีคนนี้ก็ยังรัก ภรรยาคนที่สาม อีกด้วย  เขามีความปลาบปลื้มในตัวเธอเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็กลัวและหวั่นใจเป็นอย่างมากว่า วันหนึ่งเธออาจจะจากทิ้งเขาไปและปล่อยให้เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว

          แท้ที่จริง ๆ แล้วเศรษฐีก็รักใน ภรรยาที่สอง อย่างเหลือคณานับเช่นกัน เธอเป็นคนที่มีความอ่อนโยนและมีความเมตตามาก  เธอเฝ้าเป็นห่วงเป็นใยและคอยดูแลเอาใจใส่เศรษฐีตลอดเวลา  ยามใดก็ตามที่เศรษฐีมีความทุกร้อนใจ  เขาก็จะปรึกษากับเธอ ซึ่งก็ทำให้เขามีกำลังใจที่จะฝ่าฟันอุปสักไปได้ทุกครั้ง

          ส่วน ภรรยาคนแรก นั้น เธอก็เป็นภรรยาที่มีความจงรักภักดีต่อเศรษฐีเป็นที่สุด เธอมีเข็มแข็งและอดทนเป็นอย่างมาก  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความสำเร็จ ทรัพย์สินเงินทอง ความร่ำรวยต่าง ๆที่ เศรษฐีมีในวันนี้ก็ได้มาจากการช่วยเหลือในกิจการงานของภรรยาคนนี้แหละ  แต่ทว่าเศรษฐีกลับไม่เคยสนใจใยดีเธอเลย  ทั้ง ๆ ที่เธอนั้นมีความรักต่อสามีอย่างมากมาย  แม้สามีของเธอไม่เคยมีความรู้สึกเลยว่ามีเธออีกคนอยู่ในบ้าน  และทั้งการงานภายในบ้านทุกอย่างนั้นเธอเป็นคนทำและจัดการทั้งสิ้น

          และแล้ววันหนึ่งก็ได้มาถึง เศรษฐีเกิดป่วยขึ้นมา  และเขารู้ตัวดีว่าครั้งนี้พระผู้เป็นเจ้าคงจะไม่ปล่อยเขาแน่นอน  เมื่อเขารู้ว่าจะต้องตาย เขาจึงครุ่นคิดในทรัพย์สมบัติและได้พูดกับตนเองว่า

          “ตอนนี้แม้ว่าฉันมีเมียสี่คน และหากฉันต้องตายไป ฉันก็จะไม่เหลือใครอีกเลยและต้องโดดเดี่ยวแน่นอน”ดังนั้น เศรษฐีจึงตัดสินใจที่จะปรึกษากับภรรยาทั้งสี่คนของเขา เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ตนเองต้องถูกปล่อยไว้อย่างโดดเดี่ยวในอาลัมบัรซัค (โลกที่คั่นกลางระหว่างดุนยาและอาคิเราะฮ์) 

          เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงเริ่มเรียกภรรยาคนที่รักที่สุด คือ ภรรยาคนที่สี่ มาพบและเขาโดยกล่าวกับเธอว่า“ฉันรักเธอที่สุดมากกว่าภรรยาคนอื่น ๆ คอยดูแลเอาใจใส่ให้ความสะดวกสบายแก่เธอทุกอย่างที่เธอต้องการ  และตอนนี้เธอจะตอบแทนความดีของฉันที่มีต่อเธอ ได้หรือไม่? ด้วยการไปอยู่เป็นเพื่อนกับฉันในสุสานได้มั้ย??  ภรรยาสุดที่รัก คนที่สี่ ได้เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ไม่มีทาง” แล้วเธอก็ได้เดินจากเขาไปอย่างรวดเร็ว

          ด้วยหัวใจที่บอบช้ำจากสิ่งที่ได้รับเศรษฐีจึงได้หันไปกล่าวกับภรรยาคนที่สามว่า  “เธอรู้ใช่ไหม? ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน? เธอยินดีที่จะไปอยู่เป็นเพื่อนฉันใช่ไหม??”  ภรรยาที่สามได้ตอบว่า  “แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้  การใช้ชีวิตในโลกนี้นั้นดีกว่าเป็นไหน ๆ  และที่สำคัญ คือ หลังจากนั้นฉันจะแต่งงานกับชายคนใหม่”

          ครั้งนี้หัวใจของเศรษฐีเหมือนโดนแช่แข็งอยู่ในช่องฟรีซ  เขาจึงหันไปทางภรรยาคนที่สองเป็นคนต่อมา พร้อมกับได้กล่าวว่า “เธอได้ช่วยเหลือฉันในทุก ๆ สถานการณ์มาโดยตลอด  ครั้งนี้ก็เช่นกันฉันต้องการขอความช่วยเหลือจากเธออย่างมากที่สุด มากกว่าครั้งไหน ๆ  ฉันคิดว่าเธอน่าจะช่วยฉันได้มากกว่าคนอื่น ๆ นะจ๊ะ” เมื่อนั้นเขาก็ได้รับคำตอบจากภรรยาที่ว่า  “คราวนี้มันต่างจากครั้งอื่น ๆ นะคะพี่  อย่างมากฉันก็ทำได้แค่ร่วมทางกับร่างที่ไร้วิญญานของคุณเพื่อไปส่งคุณได้แค่หลุมฝังศพที่กุบูรเท่านั้น  ถ้าหากคุณต้องการจะให้ฉันไปกับคุณได้ใกล้กว่านี้คงจะไม่ได้แน่ๆ.......ฉันต้องขอโทษด้วย ฉันเสียใจด้วยจริง ๆ”               

          นี่มันอะไรกันนี่?? ฉันจะไม่เหลือใครให้เป็นที่พึ่งพาได้เลยที่เดียวรึ!!  หัวใจของเศรษฐีได้แหลกเหลวเสมือนดังสายฟ้าฟาด  เขารู้สึกหมดหวังและเสียใจเป็นอย่างมาก  ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่ง!! ทำให้เศรษฐีต้องหันกลับไปมอง  มีเสียงของใครคนหนึ่งพูดว่า “ฉันจะไปกับท่านเอง ฉันพร้อมจะไปอยู่กับท่านในทุกหนแห่งที่ท่านต้องไป”   เจ้าของเสียงนั้น ก็คือ ภรรยาคนแรกนั่นเอง เธอมีสภาพเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก เหมือนกับคนอดอยาก ป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร  ใบหน้าของเธอซูบซีดมีแต่ความโศกเศร้าหมองหม่น โดยไม่เหลือร่องรอยของความสุขความสวยงามหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย  เศรษฐีเพิ่งสำนึกได้ เขาจึงก้มหน้าและพูดกับเธอด้วยเสียงอันสั่นเครืออย่างช้า ๆ ว่า   “ในวันนั้นที่ฉันมีความสามารถ  ฉันน่าจะดูแลและทำดีกับเธอให้มากกว่านี้......”

         นี่แหละคือบทเรียนสอนใจ!!  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเราทุกคนล้วนมีภรรยาสี่คนกันทั้งนั้น?? ที่กล่าวมาเช่นนี้ก็หมายความว่า  ถ้าเปรียบเทียบกับชีวิตเราแล้วก็เป็น ดังนี้ 

           ภรรยาคนที่สี่ ก็คือ ร่างกายของเรานั่นเอง เรายอมลงทุนลงแรงเสียเวลาประคบประหงมทำให้มันหล่อ มันสวย แต่ในที่สุดมันกลับเป็นสิ่งแรกที่ทิ้งเราไป

          ภรรยาคนที่สาม คือ ทรัพย์สิน ถึงแม้ว่าเราจะรักมันมากมายซักเพียงใดก็ตาม พอเราตายทรัพย์สมบัติ เงินทอง ของมีค่าต่าง ๆ ที่เราสะสมไว้ก็กลายไปเป็นของคนอื่น

          ภรรยาคนที่สอง ก็คือ  ครอบครัวและเพื่อนฝูง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะใกล้ชิด สนิทสนมกับเราแค่ไหนสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไปกับเราได้แค่หลุมศพเท่านั้น

          ภรรยาคนที่หนึ่ง ก็คือ  รูฮ์ วิญญาณของเรา  ซึ่งส่วนมากแล้วพวกเรามักจะหลงลืมไม่ใส่ใจ และให้ความสำคัญกับมัน  ทั้ง ๆ ที่มันคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เราใช้ชีวิตของเราไปกับการดูแลร่างกายซึ่งปัจจุบันสินค้าประเภทนี้ขายดีที่สุด  และเราใช้ชีวิตทังปีหรือทั้งชีวิตของเราเพียงแค่หาเศษเงินทำให้ท้องอิ่ม เราสนุกครื้นเครงกับเพื่อนฝูงโดยหลงลืมตนเอง  ปล่อยเวลาทั้งชีวิตให้สูญเปล่าไปกับเรื่องไร้สาระ  ไม่ได้จัดการกับจิตวิญญาณที่เป็นมิตรแท้ซึ่งจะไปกับเราตลอดกาล  จิตวิญญาณที่คงอยู่ต่อไปไม่มีวันสูญสลายไปตามร่างกาย  ดังนั้น เมื่อเราได้ปล่อยปะละเลยไม่สนใจมัน  รูฮ์ ของเราก็จะหมดพลังและเรี่ยวแรงในวันที่เราต้องการเขาเป็นที่สุด

           พี่น้องผู้ศรัทธาที่รักทั้งหลาย ทั้งที่เป็นซุนนี ชีอะฮ์ ดะวะฮ์ วะฮาบี ฏอรีกัต  คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าเดือนรอมฎอน เดือนอันทรงเกียรติ เดือนแห่งความจำเริญ  เดือนที่ทุกท่านได้ถูกรับเชิญให้เป็นแขกผู้มีเกียรติของพระผู้เป็นเจ้านั้น ได้เริ่มขึ้นแล้ว  เดือนที่พวกเราควรจะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองให้ดีขึ้นกว่าสิบเอ็ดเดือนที่ผ่านมา  ดังนั้น จึงใคร่ขอเรียกร้องเชิญชวนให้พี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลายได้ขัดเกลาจิตวิญญาณของตนเอง  ละเลิกสิ่งที่ฮะรอมและสิ่งซึ่งจะนำมาซึ่งความไม่พึงพอพระทัยของพระองค์  ขอได้โปรดได้ละเว้นการโต้เถียง หรือตั้งกระทู้ที่จะนำไปสู่การโต้เถียง โดยเฉพาะปัญหาคิลาฟียะฮ์ระหว่างมัซฮับ  สำหรับพี่น้องผู้ศรัทธาที่รักท่านใดที่หยุดแล้ว  เราขอวิงวอนต่อเอกองค์อัลเลาะฮ์ (ซบ.) ขอพระองค์ได้ทรงตอบแทนในทุก ๆ ความดีงามให้กับท่าน  ส่วนพี่น้องท่านใดที่ยังไม่เริ่ม  ทุกอย่างก็ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นใหม่  พี่น้องคงตะหนักดีแล้วว่าเดือนรอมฎอนนี้ทั้งเดือน  เราควรจะให้ความสำคัญกับ ภรรยาคนแรก ของเราให้มาก ๆ  ซึ่งแน่นอนแม้ว่าถึงเว็บบอร์ดจะฮอทเหมือนเดือนอื่น  แต่มันคงจะเป็นเว็บบอร์ดที่ได้สร้างเสริมจิตวิญญาณที่ดีงามให้แก่พวกเรา เดือนรอมฎอน   บรรดาเหล่าชัยฏอนมารร้ายถูกจองจำหมดสิ้น  เหลือก็แต่เพียง นัฟซฺ ของพวกเราเท่านั้น  ดังนั้น จงพยายามใช้โอกาสอันยิ่งใหญ่แห่งเดือนนี้ควบคุม ฝึกฝน และพัฒนามัน  ให้กลับคืนสู่ ฟิตเราะฮ์ เดิมของมันให้ได้ภายในเดือนนี้  เพื่อที่จะเราได้ประสบความสำเร็จและเฉลิมฉลองวันอีด อีดิลฟิตรฺ กันอย่างภาคภูมิใจ 

          สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องผู้ศรัทธาที่รักทุกท่านได้รับเตาฟีก และฮิดายะฮฺ ในโอกาสแห่งเดือนรอมฎอนอันจำเริญยิ่งนี้ กันทุกคน  

LAST_UPDATED2
 



Valid XHTML and CSS. Power site By : BKKwebsite.com