Poll

คุณเข้ามาทำอะไรในเว็บนี้จ๊ะ?
 

Search ใส่คำที่ต้องการค้นหา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Who online?

เรามี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Visitors Counter

160507
TodayToday6
YesterdayYesterday124
This weekThis week274
This monthThis month1278
AllAll160507



เรื่องราวของอะฮฺลัลบัยก์

บทความเกร็ดสาระน่ารู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับอะอิมะฮ์ (อ.) ที่น่าสนใจ ตามวาะต่าง ๆ



สัญญลักษณ์ของชีอะฮ์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ทัศคาร   
วันจันทร์ที่ ๐๙ พฤษจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๐:%M

สัญลักษณ์ของชีอะฮ์

 

โดย :  ทัศคาร

 

ท่านอิมาม ฮะซัน อัล อัสกะรี (อ.)  เล่าว่า

          หลังจากที่แผนการแต่งตั้งท่าน อิมาม อะลี อัล ริฏอ(อ.)ให้สืบราชบัลลังก์แทน มะอฺมูนเสร็จสิ้นลงตามที่มะอฺมูนต้องการ  มีอยู่วันหนึ่งพ่อบ้านของท่านอิมาม ริฏอ(อ.) ก็มาบอกกับท่านว่า  “คนกลุ่มหนึ่งได้มาขอเข้าพบท่าน  พวกเขากล่าวว่า  เขาเป็นชีอะฮ์ของท่าน อะลี บินอบีฏอลิบ (อ.)”

          ท่านอิมามอลี อัล ริฏอ (อ.) กล่าว “ตอนนี้ยังไม่สะดวก จงไปบอกพวกเขาค่อยมาใหม่”

          คนกลุ่มนั้นก็กลับไปและหลังจากนั้นก็กลับมาใหม่  แต่ท่านอิมาม (อ.) ก็ยังตอบปฏิเสธพวกเขา  จนกระทั่งเป็นอยู่เช่นนี้ผ่านไปนานถึงสองเดือนด้วยกัน  พวกเขาก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบเมาลาผู้เป็นนายของตน  พวกเขาจึงเริ่มหมดหวัง และได้ตัดสินใจครั้งสุดท้ายมารวมตัวกันหน้าบ้านของท่านอิมาม ริฎอ (อ.) ด้วยความเศร้าสร้อย  พร้อมกับกล่าวว่า

          “เรามาจาก ชีอะฮ์ผู้เจริญรอยตามบิดาของท่าน อะลี บิน อบีฏอลิบ (อ.) การปฏิบัติของท่านต่อเราเช่นนี้จะทำให้เหล่าศัตรูนั้นกระหยิ่มยิ้มย่อง เย้ยหยัน และถากถางพวกเราอย่างแน่นอน  การปฏิบัติแบบนี้ทำให้พวกเรานั้นหมดศักดิ์ศรี ไร้เกียรติในหมู่เพื่อนพ้อง และจะเป็นความอัปยศน่าอับอายอย่างใหญ่หลวง ไม่สามารถสู้หน้าผู้คนในถิ่นฐานของตนเองได้”

          ในขณะนั้นเองท่านอิมาม ริฏอ (อ.)  จึงได้สั่งกับคนใช้ของท่านให้อนุญาตให้พวกเขาเข้ามาพบ  และเมื่อพวกเขาเข้ามายังห้องรับแขก  ท่านอิมาม (อ.) ก็ไม่ยอมเชื้อเชิญให้นั่ง (ชีอะฮ์จะไม่นั่งหากอิมามไม่สั่ง)  ยิ่งทำให้ทั้งหมดนั้นยืนฉงนเก้ง ๆ กัง ๆ ทำตัวไม่ถูก  พวกเขาจึงกล่าวว่า

      “โอ้บุตรแห่งศาสดา  เหตุใดท่านจึงต้องข่มเหงพวกเราถึงขนาดนี้  ด้วยกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และมาในตอนนี้ท่านก็ยังเมินเฉยไม่สนใจพวกเราแม้แต่น้อย  พวกเราทำความผิดอันใดหรือ ท่านถึงใด้ลงโทษพวกเราเช่นนี้?  ให้เราตายซะยังจะดีกว่าที่จะต้องมาพบกับสภาพแบบนี้”

          ท่านอิมาม ริฏอ (อ.) จึงกล่าวขึ้นว่า

         “ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับพวกท่านนั้น มาจากการกระทำของพวกท่านเอง โดยที่พวกท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับมัน”

          พวกเขาทั้งหมดจึงกล่าวพร้อมกันว่า

      “โอ้บุตรของท่านร่อซูล กรุณาอธิบายให้ชัดเจนสำหรับพวกเราได้ไหมว่า  พวกเราทำผิดอะไรหรือ? เราทำผิดพลาดหรือทำบาปอันใดหรือ?”

          ท่านอิมาม ริฏอ (อ.) จึงกล่าวต่อไปว่า

          “เพราะพวกท่านได้แอบอ้างในสิ่งที่สูงกว่าที่ตัวพวกท่านเป็น  พวกท่านแอบอ้างว่าเป็น ชีอะฮ์ ของท่าน อมีรุล มุอฺมินีน อลี บิน อบีฏอลิบ (อ.)

          “ความวิบัติจงมีต่อพวกท่านที่แอบอ้างเช่นนั้น  พวกท่านเข้าใจหรือไม่ในสิ่งที่พวกท่านแอบอ้างกัน?”

          ต่อจากนั้น ท่านอิมามริฏอ (อ.) ก็กล่าวต่อว่า

          แท้จริงแล้ว ชีอะฮ์ของท่าน อะลี บินอบี ฏอลิบนั้น คือ

                   ท่านอิมาม ฮะซัน(อ.)

                   ท่านอิมาม ฮุซัยน์ (อ.)

                   ซัลมาน อัล ฟารซีย์

                   อบูซัร อัล ฆิฟฟารีย

                   มิกด๊าด 

                   อัมมาร บิน ยาซิร  และมุฮัมมัด บุตรของ อบูบักร์ (คอลีฟะฮ์) ”

          “พวกเขาเหล่านี้ ยอมเหนื่อยยากและเสียสละทุกสิ่งในการที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง และแบบฉบับของท่าน อิมาม อะลี (อ.)อย่างสมบูรณ์โดยไม่ย่อท้อ”

          แต่พวกท่าน กลับกระทำในหลายสิ่งหลายอย่างที่ขัดกับท่านอะลี (อ.)  ในบางครั้งหลายสิ่งที่ วาญิบ  เป็นคำสั่งของพระผู้เป็นเจ้าพวกท่านกลับละเลยมัน ไม่รักษาและไม่ให้ความสำคัญต่อสิทธิของพี่น้องผู้ศรัทธาด้วยกัน พวกท่านตะกียะฮ์ ในสิ่งที่ไม่ควรจะทำการ ตะกียะฮ์

      ด้วยการปฏิบัติแบบนี้ พวกท่านจะมาแอบอ้างเป็นชีอะฮ์ของท่าน อะลี (อ.) กระนั้นหรือ?

          หากพวกท่านบอกว่า เป็นผู้ที่มีความรักต่อท่าน อิมามอะลี (อ.) และเป็นศัตรูต่อผู้ที่เป็นศัตรูของท่านอิมามอะลี (อ.) ฉันจะยอมรับพวกท่านมากกว่า และก็จะไม่ต้องมาประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้

          พวกท่านได้ทำการแอบอ้างในตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่และสูงส่ง  ซึ่งถ้าหากว่าสิ่งที่ท่านพูดกับการปฏิบัติของพวกท่านไม่คล้องจองกัน  พวกท่านก็จะพบกับความหายนะอย่างแน่นอน  ยกเว้นว่าท่านจะได้รับความเมตตาและสงสารจาก พระองค์อัลเลาะฮ์ (ซบ.)

          ทุกคนจึงกล่าวว่า

         “โอ้บุตรของท่านร่อซูล พวกเราขอเตาบัตตัวกลับใจในสิ่งที่แอบอ้างไป  ขอท่านจงอภัยให้เราด้วย

ทุกสิ่งที่ท่านกล่าวมานั้นพวกเราขอน้อมรับ   และในตอนนี้ขอประกาศว่าเรา คือ มิตรสหายและผู้ที่มีความรักต่อ อะฮ์ลุลบัยต์ วงศ์วานของท่านศาสดา (ศ็อลฯ)  และพวกเราก็ คือ ศัตรูของศัตรูของพวกท่าน”

          ในขณะนี้เองท่าน อิมาม ริฏอ (อ.) ก็กล่าวขึ้นว่า

          “ตอนนี้ขอยินดีต้อนรับพวกท่านทุกคน พวกท่าน คือ พี่น้องของฉัน”

          หลังจานั้นท่านอิมาม (อ.) ก็ต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นที่สุด  ท่านอิมามถามกับพ่อบ้านว่า

      “พวกเขา ต้องการมาขอพบฉันกี่ครั้งแล้วที่ไม่ได้เข้าพบ”

          พ่อบ้าน  ตอบว่า   “ทั้งหมด หกสิบครั้ง”

          ท่านอิมาม (อ.) จึงพูดว่า  “ถ้าเช่นนั้น เจ้าต้องกล่าวต้อนรับ และให้สลามจากฉันแด่พวกเขา หกสิบครั้งเช่นกันเพื่อเป็นการทดแทน   และเนื่องจากว่าพวกเขาได้เตาบัตตัว  และการเตาบัตก็ถูกรับแล้ว  จึงสมควรที่จะได้รับการให้เกียรติ  ดังนั้น ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะดูแลครอบครัวและแก้ปัญหาต่าง ๆ ของพวกเขาให้ดีที่สุด”

          หลังจากนั้นท่านอิมาม ริฎอ (อ.) ก็ได้ช่วยเหลือและมอบสิ่งของ  และบะรอกัตความเป็นศิริมงคลแด่พวกเขา

 

อ้างอิง

 احتجاج طبرسى : ج 2، ص 459، ح 318.

 

www.thaiislamlib.com

 

LAST_UPDATED2
 
แบบอย่างความสมถะของท่านอิมามอะลี (อ.) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย A.Alfaruq   
วันพฤหัสบดีที่ ๐๘ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๐:%M

แบบอย่างความสมถะของท่านอิมามอะลี (อ.)

 

ครั้งหนึ่ง ท่านอะฮ์นัฟ บิน ก็อยซ์  ได้กล่าว่า “วันหนึ่งฉันได้ไปยังพระราชวังของ มุอาวิยะฮ์ บิน อบีซุฟยาน  ซึ่งเป็นช่วงตรงกับเวลาอาหารเที่ยงพอดี  ฉันรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง ที่อาหารร้อนเย็น คาวหวาน ได้ถูกตระเตรียมไว้และยกมาบริการอย่างมากมาย  หลังจากนั้นก็ได้ยกอาหารอีกชนิดหนึ่งมาให้ ซึ่งฉันไม่รู้จักมัน  ด้วยความสงสัยฉันจึงถาม มุอาวิยะฮ์ ว่ามันคืออะไร?”

มุอาวิยะฮ์ จึงตอบว่า “มันคือไส้ของนกเป็ดน้ำที่อัดแน่นด้วยสมองของแกะหนุ่ม  และทอดในน้ำมันของถั่วเพรซตาชิโอ พร้อมกับโรยด้วยน้ำตาลอ้อย”

ท่านอะฮ์นัฟ บิน ก็อยซ์  จึงได้กล่าวว่า  “ในขณะนั้นเองน้ำตาของฉันก็ได้หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาโดยไม่สามารถความคุมมันได้  มุอาวิยะฮ์ จึงถามด้วยความตกใจ  “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ารึ!!?”  ฉันจึงตอบว่า “ฉันกำลังหวนรำลึกถึงวันที่ได้เป็นแขกที่บ้านของ ท่านอะลี บิน อบีฏอลิบ (อ.)  ซึ่งในวันนั้นเป็นเวลาอาหารเที่ยงพอดี  ท่านอะลี (อ.) จึงขอให้ฉันเป็นแขกของท่านในมื้อนั้น  ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้เอาถุงหนังที่มัดเอาไว้พร้อมกับปิดตราประทับบนครั่งออกมา  ฉันจึงถามว่ามันมีอะไรข้างในหรือ?

ท่านอิมามอะลี (อ.) จึงตอบว่า “แป้งรำข้าวสาลี”

ฉันจึงถามท่านว่า “ท่านกลัวว่ามีใครจะมาหยิบผิดไปหรืออย่างไร  หรือว่าท่านไม่ต้องการให้ใครเอาไปรับประทานกระนั้นหรือ?”

ท่านอิมาม อะลี (อ.) ตอบว่า “เปล่าหรอก ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง  แต่ฉันกลัวว่า ฮะซันและฮุซัยน์(อ.) บุตรของฉันจะเทน้ำมัน หรือน้ำมันมะกอกลงไป”

ฉันจึงถามอีกว่า “โอ้ อะมีรุ้ลมุอฺมินีน การเทน้ำมันมะกอกลงไปมันบาป หรือเป็นฮะรอมกระนั้นหรือ?”

              ท่านอิมาม อะลี (อ.) จึงตอบว่า :-

لا ولكن يجب علي ائمة الحق ان يعتدوا انفسهم من ضعفة الناس لئلا يطغي الفقير فقره

 

“ไม่หรอก มันไม่ได้ฮะรอม แต่ทว่าจำเป็นสำหรับ อิมามผู้นำแห่งสัจธรรมที่จะต้องกินดื่มให้เหมือน ๆ กับบรรดาผู้อ่อนแอขัดสนยากไร้  เพื่อที่ว่าความขัดสนข้นแค้นจะได้ไม่ทำให้ผู้ยากจนนั้นต้องการเป็นกบฏก่อความจลาจนวุ่นวายขึ้นมา”   

ดังนั้นและยามใดก็ตามที่ความยากจนได้ถาโถมใส่พวกเขา  พวกเขาก็จะกล่าว่า :-

“จะต้องกลัวอะไรอีกหรือ  ก็ในเมื่อผู้นำของเรา ยังกิน ดื่มและใช้ชีวิตเช่นเดียวกับเรา”

          มุอาวิยะฮ์  จึงกล่าวว่า “โอ้ อะฮ์นัฟ เจ้าได้ระลึกถึงชายที่ไม่มีผู้ใดปฏิเสธความสูงส่งของเขาได้”  

อ้างอิง

 1-اصل الشيعة و اصولها ص 652-

نهج البلاغه خطبه 207  

 www.thaiislamlib.com 

LAST_UPDATED2
 
บทเรียนจากอิมามศอดิก (อ.) เรื่อง การ “กิยาส” หรือ เปรียบเทียบ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Tuskan   
วันจันทร์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๐:%M

บทเรียนจากอิมามศอดิก (อ.)

เรื่อง  การ กิยาส หรือ เปรียบเทียบ

โดย ทัศคาน


بسم الله الرحمن الرحيم
 
          

          วันหนึ่ง อบูฮะนีฟะฮ์ (ผู้ก่อตั้งมัซฮับฮะนะฟีย์) และเพื่อนร่วมห้องเรียนได้เข้าไปหาท่านอิมาม ญะฟัร อัศศอดิก (อ.) และกล่าวว่า : -

“โอบุตรแห่งรอซูล เราเห็นลูกชายของท่าน มูซา อัลกาซิม (อ.) นั้นยืนนมาซโดยมีคนเดินตัดหน้าผ่านไปผ่านมาแต่เขากลับไม่ยอมห้ามปราม ซึ่งมันทำลายสมาธิในการนมาซ”

ท่านอิมามศอดิก (อ.) จึงเรียกบุตรชายท่าน อิมาม มูซา อัลกาซิม (อ.) มาและกล่าวว่า : -

“อบู ฮะนีฟะฮ์ บอกว่าเจ้าปล่อยให้คนเดินตัดหน้าไปมาในขณะที่นมาซโดยไม่ทำการห้ามปรามกระนั้นหรือ?” 

ท่านอิมาม มูซา อัลกาซิม (อ.) จึงตอบว่า : -

“ถูกต้อง ใช่แล้ว  เพราะว่าแท้จริงแล้วผู้ที่ข้ายืนอยู่เบื้องหน้าและทำการนมาซภักดีต่อเขานั้น  อยู่ใกล้ตัวของข้ามากกว่าผู้ใดเสียอีก

      نحن اقرب اليه من حبل الوريد 

 

เรานั้นอยู่ใกล้ยิ่งกว่ายิ่งกว่าเส้นเลือดที่ลำคอเสียอีก ”  ( บท ก๊อฟ :16 )

ดังนั้นจึงไม่มีใครที่จะมาปิดกั้นระหว่างข้าและพระผู้เป็นเจ้าในนมาซได้”

ท่านอิมาม ศอดิก (อ.) จึงกอดท่านอิมามมูซา กาซิม (อ.) พร้อมกับกล่าวว่า : -

“บิดามารดาขอพลีแด่เจ้า สมแล้วที่เจ้าคือผู้ที่รักษาไว้ซึ่งความรู้และความเร้นลับ ของพระผู้เป็นเจ้า และอิมามัต”

หลังจากนั้นท่านอิมาม ศอดิก (อ.) ก็ได้กล่าวกับอบู ฮะนีฟะฮ์ว่า : -

“ระหว่างการฆ่า และ ซินา ฮุกุ่มอันไหนหนักกว่ากัน”

อบูฮะนีฟะฮ์  :    “ฮุกุ่มการฆ่านั้นหนักกว่า”

ท่านอิมาม ศอดิก (อ.)  :  “ถ้าเป็นเช่นนั้นในกรณีการฆ่าทำไมอัลเลาะฮ์ (ซบ.) จึงสั่งให้เอาพยานมาแค่สองคนแต่ในกรณีซินาต้องมีถึงสี่คน”

“ดังนั้นจงจำเอาไว้ว่า แท้จริงแล้วบทบัญญัติของศาสนานั้นไม่สามารถเอามาจากการ เปรียบเทียบ หรือ กิยาส ได้”

ท่านอิมาม ศอดิก (อ) :    “โอ้ อบูฮะนีฟะฮ์  การละทิ้งนมาซ กับ การละทิ้งการถือศีลอด นั้นอันไหนสำคัญกว่ากัน”

อะบูฮะนีฟะฮ์   :    “การละทิ้งนมาซนั้นสำคัญที่สุด”

 

ท่านอิมาม ศอดิก (อ.)  :   “ถ้าเช่นนั้นทำไมสตรีที่ขาดนมาซในช่วงมีประจำเดือนจึงไม่จำเป็นต้องทำ กอฏอฺชดใช้  แต่ผู้ที่ขาดศีลอดในช่วงมีประจำเดือนจะต้องถือชดใช้........ดั้งนั้น บทบัญญัติทางศาสนาจึงนำมาจากการ เปรียบเทียบ หรือ กิยาส ไม่ได้

ท่านอิมาม ศอดิก (อ.) กล่าวต่อว่า  :  “ผู้หญิงกับผู้ชายใครอ่อนแอกว่ากัน”

อะบูฮะนีฟะฮ์  :    “ผู้หญิงอ่อนแอกว่าผู้ชาย”

ท่านอิมาม ศอดิก (อ.)  :   “ถ้าเช่นนั้นทำไม อัลเลาะฮ์ (ซบ.) จึงกำหนดให้ผู้ชายรับมรดกมากกว่าผู้หญิง  ซึ่งถ้าหากทำการกิยาซ แน่นอนว่า ผลลัพธ์มันนั้นต้องออกมากลับกัน”

ท่านอิมาม ศอดิก(อ)  :   “หากเจ้ามีความรู้จริงใน ชะรีอัต บทบัญญัติของศาสนา ไหนลองบอกมาซิว่า  ระหว่างอุจจาระ และ อสุจิ อะไรสกปรก หรือ นะญิส กว่ากัน”

อบูฮะนีฟะฮ์  :   “อุจจาระสกปรกกว่า”

ท่านอิมาม ศอดิก (อ.)  :   “หากเป็นอย่างนั้นทำไม อุจจาระ นั้น  จึงสามารถทำความสะอาดได้ด้วยน้ำเพียงเล็กน้อย  หรือด้วยก้อนหิน ก้อนดิน  แต่ อสุจิ นั้นนอกจากล้างแล้วยังจะต้องมีการอาบน้ำ ฆุซุล (ยกฮะดัษ) อีกด้วย  ซึ่งก็เห็นได้ชัดเจนว่ามันขัดกับหลักของการเปรียบเทียบหรือกิยาส”

          อุศูล อัลกาฟี  ได้บันทึกไว้ว่าท่านอิมาม ศอดิก (อ.) กล่าวกับอบู ฮะนีฟะฮ์ว่า : -

“จงอย่าทำการ กิยาสเปรียบเทียบ เพราะคนแรกที่ทำการกิยาสนั้นคือ ชัยฏอนมารร้าย (อิบรีส)

ในขณะที่พระองค์อัลเลาะฮ์ (ซบ.) สั่งให้ทำการสุญูดต่อ อาดัม (อ.) แต่มันกลับกล่าวต่ออัลเลาะฮ์ว่า : -

โอ้พระผู้อภิบาลพระองค์สร้างฉันจากไฟแต่สร้าง อาดัม (อ.) จากดิน  หลังจากนั้นมันก็ทำการกิยาสระหว่างดินและไฟว่า :-

 قَالَ أَنَا خَيْرٌ مِنْهُ خَلَقْتَنِي مِنْ نَارٍ وَخَلَقْتَهُ مِنْ طِينٍ {ص:76

 

“ฉันนั้นดีกว่า อาดัม (อ.) เพราะถูกสร้างมาจากไฟส่วน อาดัม (อ.) มาจากดิน”  ( บท ศอด : 76 )

ถ้าหาก อิบลีส ได้ทำการเปรียบเทียบระหว่างรัศมีของไฟ กับ รัศมีแห่งจิตวิญญาณในตัวของ อาดัม (อ.) ก็จะรู้ถึงความแตกต่างและความสูงส่งระหว่างรัศมีทั้งสองอย่างแน่นอน  และจะเข้าใจว่า รัศมีอันบริสุทธิ์ของวิญญาณ นั้นสูงกว่า รัศมีของไฟ

 

อ้างอิงจาก : --

 

 

-اختصاص شيخ مفيد : ص 1891

 

اصول الكافي  باب البدع و الراءى و المقائيس ، حديث 13، ص 57، ج  ، ج1.

www.thaiislamlib.com 

ลิงค์แนะนำ  :-   อิมามศอดิก (อ.)      อิมามมูซา อัลกาซิม (อ.)

LAST_UPDATED2
 
« เริ่มแรกย้อนกลับ123ถัดไปสุดท้าย »

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL



Valid XHTML and CSS. Power site By : BKKwebsite.com